10 เรื่องของ Pandora เมื่อชนชั้นกลางเติบโต โอกาสของ Affordable Jewelry ก็มาถึง

Pandora (แพนดอร่า) แบรนด์จิวเวลรี่สัญชาติเดนมาร์ก มีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 21% และในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาก็เติบโตด้วยอัตราที่ดีแบบนี้มาตลอด นับว่าเป็นภาพสะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจของโลก เมื่อชนชั้นกลางมีจำนวนมากขึ้นในสังคม พร้อมกับพฤติกรรมที่ต้องการแสดงสถานะทางสังคม เครื่องประดับที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ มีความเป็นแฟชั่น ด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้จึงกลายเป็นตัวเลือกสำหรับสาวๆ ในขณะที่แบรนด์จิวเวลรี่ จนกระทั่ง Pandora กลายเป็นผู้ผลิตอัญมณีอันดับ 1 ของโลกในแง่ของปริมาณ และเรื่องที่น่ายินดีก็คือ สินค้าทุกชิ้นภายใต้แบรนด์นี้ผลิตขึ้นภายใต้พื้นแผ่นดินไทย และนี่คือ 10 ประเด็นที่น่าสนใจของ Pandora ที่จะช่วยฉายภาพอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ของโลก

1. Pandora (แพนดอร่า) ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1982 โดย 2 สามี-ภรรยาชาวเดนมาร์ค Per และ Winnie Enevoldsen จากร้านค้าเล็กๆ ที่ตั้งใจทำเป็นธุรกิจครอบครัวในกรุงโคเปนเฮเกน แต่ปัจจุบันกลายเป็นระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงโคเปนเฮเกน ด้วยจำนวนพนักงาน 21,500 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นช่างฝีมือเครื่องประดับอัญมณีมากถึง 12,400 คน ปฏิบัติงานอยู่ที่ฐานการผลิตในประเทศไทย บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในเดนมาร์ค

2. ปี 1987 เป็นปีแรกที่แพนดอร่ามี In-House Designer ออกแบบสินค้าเอง อีก 2 ปีต่อมา แพนดอร่าเริ่มต้นตั้งโรงงานในประเทศไทย เหตุผล ก็เนื่องจากฝีมือการทำงานของช่างฝีมือที่มีคุณภาพสูง สอดคล้องกับต้นทุนที่ทำให้แข่งขันได้ ระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสมกับการการตั้งโรงงานและขนส่ง นอกจากนี้ 2 ผู้ก่อตั้งยังรักเมืองไทยมากขนาดตั้งรกรากในประเทศไทย และแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนพนักงานที่โรงงานบ้างเป็นครั้งคราว ในปีที่ผ่านมาแพนดอร่าผลิตเครื่องประดับอัญมณีได้ทั้งหมด 122 ล้านชิ้น แบ่งเป็นสัดส่วนจี้ประดับและสร้อยข้อมือ 77% แหวน 13% ตุ้มหู 5% สร้อยคอ 5% เพื่อวางจำหน่ายไปมากกว่า 100 ประเทศ ใน 6 ทวีปทั่วโลก โดยทั้งหมดมาจากโรงงานในประเทศไทย ส่งผลให้แพนดอร่าเป็นแบรนด์จิวเวลรี่อันดับ 1 ของโลกในแง่ของปริมาณการผลิต มีคอลเลกชั่นที่ผ่านมาการสร้างสรรค์จากโรงงานแห่งนี้มาแล้ว 4,800 คอลเกลชั่น

3. Product Positioning ของแพนดอร่า ตามที่ คุณนีลส์ เฮเลนเดอร์ รองประธานอาวุโสสายงานการผลิต และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด ได้อธิบายเอาไว้ก็คือ “จิวเวลรี่ที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล ถือเป็น Affordable Luxury เราต้องการเป็น World’s Most Loved Brand” สำหรับกลุ่มเป้าหมายของแพนดอร่ามีความชัดเจนจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการ Celebrate Woman ด้วยลุคโมเดิร์นและมีความเป็นคอนเทมโพรารี่ สินค้าครบถ้วนแบบ Full-Collection แต่ที่เป็นซิกเนเจอร์ ก็ต้องยกให้กับ “Charms” สร้อยข้อมือที่ เลือกจิวเวลรี่ที่ใช้ตกแต่งได้เอง ดังนั้น จึงมีความเป็นอัตลักษณ์ของแต่งละบุคคล สามารถเลือกได้เองตามความชอบ หรือใช้เป็น เครื่องประดับที่มีความหมายทางใจ (Unforgettable moments) เก็บความทรงจำของช่วงเวลาสำคัญๆ ในชีวิต เช่น การเดินทาง, วันที่มีความหมาย, เหตุการณ์ที่ประทับใจ

4. ปัจจุบันอเมริกาถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของแพนดอร่า คิดเป็นสัดส่วน 34% ในขณะที่ 19% เป็นทวีปเอเชียซึ่งเติบโตมากที่สุด และอีก 47% อยู่ที่ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เมื่อโฟกัสมาที่ตลาดเอเชีย คุณนีลส์ กล่าวถึงประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งแพนดอร่าเติบโตอย่างมาก ส่งผลให้ปีที่ผ่านมา แพนดอร่า สร้างรายได้ทะลุเป้า มีรายได้รวม 20,300 ล้านโครนเดนมาร์ก (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) ปีที่แล้วเติบโต 21% และเมื่อย้อนหลังไป 2 ปีก่อนก็เติบโตสูงถึง 30% 

5. ถึงแม้ว่าสินค้าทุกชิ้นของ Pandora จะผลิตในประเทศไทย แต่ด้วยกฎเกณฑ์ของ BOI ทำให้โปรดักท์ที่ถูกสร้างสรรค์ในประเทศไทย ต้องถูกส่งออกไปต่างประเทศ โดยที่แพนดอร่า ไม่ได้จัดจำหน่ายด้วยตัวเอง แต่มี บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีร้านทั้ง 25 แห่ง แบ่งเป็น 19 แห่งในกรุงเทพและอีก 6 แห่งในต่างจังหวัด และมีแผนการขยายเพิ่มเติม

6. เมื่อพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมภายนอกที่ทำให้แพนดอร่าขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วก็คือ “ชนชั้นกลาง” คุณนีลส์ วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจของโลกที่เอื้อกับ Positioning ของแพนดอร่าว่า “สถานการณ์ของโลกยังดีอยู่ การเติบโตของกลุ่ม Middle Class เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก เราไม่ได้อยู่ในเซกเมนท์ที่มีราคาสูง ดังนั้นมีโอกาสมากมายที่จะเติบโต เราก้าวกระโดดจากผู้บริโภคในกลุ่มนี้ด้วย ในขณะที่คู่แข่งของเราซึ่งมีระดับราคาสูงกว่ามีอัตราการเติบโตไม่มากนัก โดยเฉพาะในบางประเทศ เช่น ประเทศจีน โตถึง 50% มา2-4 ปีต่อเนื่อง แต่ในบางประเทศอย่าง เยอรมนี, อเมริกาและอังกฤษ ซึ่งตลาดใหญ่มากแล้วก็อาจจะเติบโตไม่มาก”

7. ส่วนเหตุผลจากทางแพนดอร่า คุณนีลส์ กล่าวถึง Key Success ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาว่า “การจะประสบความสำเร็จในระดับโลก จะต้องไม่ล้มเหลวในทุกๆ เซกเมนท์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพ, การนำเสนอคอลเลกชั่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เราพบว่าคอลเลกชั่นหนึ่งจะมีอายุเต็มที่ 1 ปี ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ขณะที่คู่แข่งรายอื่นๆ นำเสนอโปรดักท์ใหม่ปีละ 2 ครั้ง แต่เราแนะนำสินค้าใหม่สู่ผู้บริโภคปีละ 7 ครั้ง นอกจากนี้เรายังเปิดสโตร์ใหม่ๆ อยู่ตลอด ปีที่แล้ว เรียกได้ว่าทุกๆ วัน จะมีการเปิดสโตร์แห่งใหม่ในที่ใดที่หนึ่งของโลก จนตอนนี้เรามีสโตร์ที่เป็น Concept Store ดำเนินการโดยแพนดอร่า สำนักงานใหญ่ มากกว่า 2,000 แห่ง แต่ถ้ารวมสโตร์ทั้งหมดจะมีถึง 8,000 แห่งเลยทีเดียว และเราก็ยังจะเดินหน้าต่อไป รวมทั้งบุกสู่การตลาดออนไลน์ เพื่อรักษาระดับการเติบโตให้เป็นบวกแบบนี้ต่อไป”

8. เบื้องหลังการผลิตสินค้า 120 ล้านชิ้นใน 1 ปี ของโรงงานในประเทศไทย จิวเวลรี่ทุกชิ้นเป็นงานแฮนด์แมน ด้วยระบบที่วางเอาไว้ ทำให้โปรดักท์แต่ละชิ้นต้องผ่านมือช่างผู้ชำนาญกว่าไม่ต่ำกว่า 30 คน ช่างแต่ละคนก่อนจะเริ่มต้นทำงานจริงต้องใช้เวลาฝึกฝนราว 6 เดือน เหตุผลที่แพนดอร่าต้องใส่ใจเรื่องพนักงานมากเป็นพิเศษก็เพราะผลิตสินค้างานฝีมือ ภายในตัวโรงงานก็พยายามสร้างบรรยากาศที่ดี เช่น เปิดเพลงในโรงงาน รวมทั้งมีสวัสดิการที่สมเหุตสมผล

9. แพนดอร่ามีแผนขยายการลงทุนมูลค่ารวม 9 พันล้านบาทภายในระยะ 5 ปี (2558-2562) กับ 3 โครงการหลักที่ปักหมุดในประเทศไทย ได้แก่ 1. โรงงานใหม่แห่งที่ 2 สาขาลำพูน ซึ่งเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา 2. อาคารใหม่ Triple A กรุงเทพ โดยโรงงานแห่งนี้กำลังจะเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และเปิดดำเนินการจริงต้นปีหน้า มีการนำ LEAN Concept มาใช้ในโรงงานถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมอัญมณี 3. โครงการปรับปรุงอาคารในนิคมอุตสาหกรรมอัญธานี  โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2558 หรือสามารถผลิตได้มากกว่า 200 ล้านชิ้นต่อปี ภายในสิ้นปี 2562 พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยให้มีความโดดเด่นระดับโลก และสร้างอาชีพให้แก่คนไทยประมาณ 20,000 อัตรา

10. ในฐานะเบอร์ 1 ของแบรนด์จิวเวลรี่ Pandora ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อท้าทายตัวเองอยู่เสมอ “เราท้าทายตัวเอง เพราะไม่มีคู่แข่งโดยตรงที่ท้าทายเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว ที่เราต้องส่งดีไซน์ใหม่ๆ ลงสู่ตลาด การส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคให้เร็วขึ้น ลดการสูญเสีย และผลักดันเทคโนโลยีในการผลิต ที่ผ่านมาก็มีความพยายามร่วมมือกับมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

ฑูตเบลเยียมเยี่ยมชมฐานผลิตเครื่องประดับ ‘แพนดอร่า’

ฑูตเบลเยียมเยี่ยมชมฐานผลิตเครื่องประดับแบรนด์ระดับโลก “แพนดอร่า” ชื่นชมการดำเนินงานเน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เมื่อเร็วๆ นี้ มร. ฟิลลิป คริเดลก้า เอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมชมบริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด ผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีสัญชาติเดนมาร์ก ภายใต้แบรนด์ “แพนดอร่า” พร้อมชื่นชมฐานการผลิตสีเขียวแห่งนี้ที่เน้นการดำเนินงานแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ วัตถุดิบที่นำมาทำเครื่องประดับแพนดอร่ามาจากการสกัดโลหะมีค่า ที่ดำเนินการโดยบริษัท ยูมิคอร์ พรีเชียส เมทัลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทคู่ค้าสำคัญสัญชาติเบลเยียม ซึ่งถือเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนรอบข้างแทนการทำเหมือง

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารของแพนดอร่าและยูมิคอร์ร่วมให้การต้อนรับคณะเอกอัครราชทูต ในการเข้าเยี่ยมชมฐานการผลิตเครื่องประดับแพนดอร่า นำโดย มร. นีลส์ เฮแลนเดอร์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองประธานอาวุโสด้านการผลิตและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด และ มร.โทมัส เลย์เซน (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท ยูมิคอร์

แพนดอร่า ได้ฤกษ์ดีเปิดอาคารฝ่ายผลิตแห่งใหม่ ใจกลางกรุงเทพฯ

แพนดอร่า หนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับอัญมณีฝีมือประณีตที่ใหญ่ที่สุดของโลก เปิดอาคารฝ่ายผลิตทริปเปิ้ลเอแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา บริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด ผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีชื่อดังสัญชาติเดนมาร์ก แบรนด์ “แพนดอร่า” เฉลิมฉลองการเปิดอาคารฝ่ายผลิตเครื่องประดับอันล้ำสมัยแห่งใหม่ในประเทศไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาวเพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ในการเป็น “แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่ส่งมอบประสบการณ์อันพิเศษสุดให้แก่ผู้หญิงทุกคน” ในปี 2565

 

มร. อันเดอร์ส โคลดิ้ง ฟรีส นำเปิดอาคารใหม่ใจกลางกรุงเทพ

ทั้งนี้อาคารฝ่ายผลิตแห่งใหม่นี้ มีเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องประดับที่ทันสมัยที่สุด รวมถึงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเครื่องประดับอัญมณีทั้งในด้านขนาดของกำลังการผลิต ความรวดเร็ว และระยะเวลาในการผลิต ทั้งยังสร้างนิยามใหม่ให้กับการผลิตเครื่องประดับอัญมณีด้วยการผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับศิลปะการสร้างสรรค์เครื่องประดับด้วยฝีมืออันประณีต

“พวกเรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานเฉลิมฉลองการเปิดอาคาร “ทริปเปิ้ลเอ” อันล้ำสมัยอย่างเป็นทางการ อาคารแห่งนี้มีความสำคัญกับอนาคตของแพนดอร่าอย่างมาก เช่นเดียวกับฐานการผลิตในจังหวัดลำพูนที่ได้เปิดทำการไปเมื่อปีที่ผ่านมาเพราะทั้ง 2 แห่ง จะช่วยสนับสนุนการขยายกำลังการผลิตให้มีความคล่องตัวมากขึ้น การลงทุนในครั้งนี้ยังถือเป็นเครื่องตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งของแพนดอร่ากับชาวไทยและประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วย” มร. อันเดอร์ส โคลดิ้ง ฟรีส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแพนดอร่ากล่าว

มร. นีลส์ เฮแลนเดอร์ รองประธานอาวุโสสายงานการผลิต และกรรมการผู้จัดการ บริษัทแพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด

แพนดอร่า เครื่องประดับเพื่อผู้ที่ต้องการอัญมณีรูปแบบสวยงามในราคาที่สามารถครอบครองได้ มีการทำงานที่คล่องตัว และลดระยะเวลาการผลิตสินค้าโดยใช้แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาคารทริปเปิ้ลเอแห่งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของแพนดอร่าอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการใช้แนวคิดแบบลีนและแนวคิดการผลิตแบบ Flow Line

ซึ่งถือเป็นรูปแบบการผลิตใหม่ล่าสุดในวงการเครื่องประดับอัญมณี โดยพนักงานที่มีทักษะงานที่แตกต่างกันจะนั่งทำงานอยู่ด้วยกันและส่งต่อชิ้นงานไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดกระบวนการผลิต และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตด้วยระบบการบันทึกและติดตามข้อมูล พร้อมการบริหารการจ่ายงานแบบเรียลไทม์

“ในปีที่ผ่านมา เราได้ส่งออกเครื่องประดับอัญมณีจากประเทศไทยมากกว่า 117 ล้านชิ้น จึงอาจกล่าวได้ว่าเราเป็นผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในโลกในด้านของยอดการผลิต อาคารทริปเปิ้ลเอที่ได้รับการออกแบบด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัยจะช่วยให้แพนดอร่าพร้อมรองรับการผลิตเครื่องประดับที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้เป็นอย่างดี

และช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ด้านการเพิ่มประเภทสินค้า ในขณะเดียวกันยังสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้มีความรวดเร็วมากขึ้น ลดระยะเวลานับตั้งแต่การออกแบบสินค้าไปจนถึงการส่งมอบสินค้าไปยังร้านค้า” มร นีลส์ เฮแลนเดอร์ รองประธานอาวุโสสายงานการผลิตและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด กล่าว

อาคารฝ่ายผลิตทริปเปิ้ลเอแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานคร

“แพนดอร่าเป็นผู้ผลิตเครื่องประดับอัญมณีจากยุโรปที่มีการลงทุนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของไทย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา การลงทุนของแพนดอร่าได้ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีของประเทศให้มีมาตรฐานในระดับสากล และมีการจ้างแรงงานคนไทยกว่า 13,000 คน

รวมไปถึงการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ให้แก่พนักงานคนไทยอีกด้วย ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม การลงทุนที่เน้นคุณค่า และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อีกทั้งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยและช่างฝีมือชาวไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอัญมณีโลก” นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าว

อย่างไรก็ตามแพนดอร่าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีฝีมือประณีตรูปแบบทันสมัย ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงในราคาที่ทุกคนสามารถครอบครองได้ สินค้าแพนดอร่ามีจำหน่ายในมากกว่า 100 ประเทศ ใน 6 ทวีป ผ่านจุดจำหน่ายมากกว่า 7,700 จุด ซึ่งในจำนวนนี้เป็นร้านค้าคอนเซปต์สโตร์ราว 2,400 แห่ง แพนดอร่าก่อตั้งในปี 2525 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

ปัจจุบันมีพนักงานทั่วโลกมากถึง 25,300 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นช่างฝีมือเครื่องประดับอัญมณีมากถึง 13,000 คน ปฏิบัติงานอยู่ที่ฐานการผลิตหลักในประเทศไทย แพนดอร่าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ในปี 2560 แพนดอร่ามีรายได้รวม 22.8 ล้านโครนเดนมาร์ก (ประมาณ 114 แสนล้านบาท)

 

แพนดอร่า PANDORA เครื่องประดับที่มีคุณค่าทางใจ

PANDORA ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2525 หรือ ค.ศ. 1982  โดย 2 สามีภรรยา Mr.Per Enevoldsen (เพียร์ อีนีโวลด์เซ่น) และ Mrs. Winnie Enevoldsen   (วินนี อีนีโวลด์เซ่น) ซึ่งเป็นช่างทองในโคเปญเฮเกน โดยเริ่มจากเป็นผู้นำเข้าจิวเวลลี่จากเมืองไทยไปขายส่ง แต่หลังจากเห็นช่องทางค้าปลีก ในปี ค.ศ 1987  (พ.ศ.2530) เขาจึงเริ่มเปลี่ยนแนวการทำธุรกิจหันมา สร้างแบรนด์โดยจ้างดีไซเนอร์เพื่อออกแบบเครื่องประดับของตัวเอง 

Mr.Per Enevoldsen  และ Mrs. Winnie Enevoldsen

เครื่องประดับ “PANDORA” ได้รับความนิยมระดับโลก โดยเฉพาะในหมู่สาวๆ ที่มีรสนิยมเก๋ไก๋ ในต่างประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ปัจจุบัน “PANDORA” มีจำหน่ายมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก แบรนด์นี้ได้เข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2554 หรือ ค.ศ. 2011  ภายใต้การบริหารของ บริษัท ธนจิรา รีเทลคอร์ปอเรชัน จำกัด ซึ่งมี คุณธนพงษ์  จิราพาณิชกุล  เป็นประธานกรรมการบริหาร

คุณผู้หญิงสนุกสนานไปกับการออกแบบเครื่องประดับเองได้ โดยสะท้อนเรื่องราว ที่ประทับใจ หรือประสบการณ์ ที่น่าจดจำของแต่ละคน  ผ่าน Charm  หรือจี้ที่มีให้เลือกกว่า 1,000 แบบ  ซึ่งทำจากวัตถุดิบคุณภาพสูงชนิดต่าง ๆ เช่น เงิน ทอง เพชร หรืออัญมณี  ซึ่งเป็นของแท้ทั้งหมด   มีมากแบบมากสีสัน  ที่คุณผู้หญิงสามารถนำมา mix & match ได้ตามเสื้อผ้า หรือโอกาสได้ตามสะดวก

เกี่ยวกับแพนดอร่า

แพนดอร่าเริ่มต้นเกือบ 30 ปีที่แล้ว ย้อนกลับไปในปีพ. ศ. 2525 ร้านขายเครื่องประดับที่วันหนึ่งจะกลายเป็นแพนโดร่าได้รับการก่อตั้งขึ้นในสภาพแวดล้อมที่สงบในโคเปนเฮเกนเดนมาร์กโดยช่างทองชาวเดนมาร์ก Per Enevoldsen และภรรยา Winnie

ในปี 2000 แนวคิดกำไลเสน่ห์ของ PANDORA เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในตลาดเดนมาร์ก ผู้บริโภคยอมรับแนวคิดนี้และในปีต่อ ๆ มาซึ่งได้แรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและให้กำลังใจ บริษัท เริ่มที่จะขยายไปสู่ต่างประเทศ แพนโดร่าเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 2546 และเยอรมนีและออสเตรเลียในปี 2547

ผลิตภัณฑ์แพนดอร่ามีวางจำหน่ายในกว่า 55 ประเทศในหกทวีป แบรนด์ PANDORA และคอลเล็กชั่นเครื่องประดับกว่า 1,600 รายการมีจำหน่ายโดยตรงหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายบุคคลที่สามไปยังจุดขายกว่า 10,000 แห่งทั่วโลก

ภารกิจและวิสัยทัศน์

ภารกิจของแพนดอร่าในปัจจุบันคือการมอบผู้หญิงทั่วโลกให้เป็นโลกแห่งผลิตภัณฑ์เครื่องประดับคุณภาพสูงที่ทำด้วยมือทันสมัยและเป็นของแท้ในราคาที่เหมาะสม ผู้หญิงทุกคนมีเรื่องราวส่วนตัวที่จะบอกเล่า – ช่วงเวลาพิเศษ

แนวคิดของแพนดอร่า

การสร้างสร้อยข้อมือเพื่อบันทึกช่วงเวลาพิเศษของชีวิตทั้งหมดเช่นการเกิดของเด็กฉลองครบรอบหรือรับรู้เหตุการณ์สำคัญหรือความสำเร็จในชีวิตความลับที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเราคือเครื่องประดับ PANDORA ที่ทำด้วยมือแต่ละชิ้นเปิดโอกาสให้ผู้หญิงสร้าง ช่วงเวลาที่น่าจดจำของตัวเอง ด้วยเสน่ห์และลูกปัดให้เลือกมากกว่า 600 แบบการผสมผสานไม่มีที่สิ้นสุดและทุกชิ้นเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่

เครื่องประดับ PANDORA ทำด้วยมือในทองคำ 14K และเงินสเตอร์ลิงและถือเป็นมาตรฐานเครื่องประดับคุณภาพสูง เพชรและอัญมณีล้ำค่าประดับด้วยเสน่ห์ของแพนโดร่าในขณะที่ลูกปัดอื่น ๆ ทำจากแก้วมูราโน่ที่ทำด้วยมือ

ไม่มีวิธีที่ถูกหรือผิดที่จะสวมใส่แพนดอร่า คุณเลือก … คุณสร้าง … คุณสามารถออกแบบในแบบของตัวเองได้